วิธีการสอนภาษาไทย หลักที่ควรรู้

หลักวิธีการสอนภาษาไทย มีหลากหลายวิธีการ อาจารย์ควรเลือกใช้วิธีใดก็ได้ที่เห็นว่าเหมาะพร้อมด้วยตรงตามความชำนาญของอาจารย์ โดยให้การดำเนินการอบรมนั้นทำให้เด็กเรียน ฟัง พูด อ่าน พร้อมกับเขียน ได้ถูกต้องไวพร้อมกับสัมพันธ์กัน เรียนด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน การอบรมจะต้องจัดให้มีการอบรมสั่งสอนครบ 6 ชนิดดังต่อไปนี้

1. อบรมสั่งสอนสระ พยัญชนะ ให้บอกชื่อ ออกเสียง พร้อมทั้งเขียน ให้ถูกต้องจะอบรมครบทุกตัวทันทีหรือจะอบรมสั่งสอนบางตัวโดยเริ่มต้นจากพยัญชนะที่เด็กได้พบก่อนแล้วค่อยเพิ่มขึ้นจนครบทุกตัวแล้วนำมาเรียงลำดับให้ถูกต้องในหลังจากนั้นก็ได้
2. อบรมสั่งสอนคำ ให้อ่าน – เขียน ให้ควรเข้าใจความหมาย
3. ฝึกสอนประโยค ให้อ่าน เขียน ให้ถูกต้องรู้ความนัยพร้อมทั้งใช้คำเรียงประโยคได้ถูกต้องทั้งในการพูดกับการเขียน
4. ฝึกสอนแจกลูก ให้สามารถจับหลักเกณฑ์วิธีออกเสียงผสมพยัญชนะกับสระ เพื่อจะนำไปใช้ในการอ่านพร้อมด้วยเขียนคำที่ประสงค์ได้
5. อบรมสั่งสอนฝันให้สามารถจับหลักเกณฑ์แนวทางออกเสียง ผันวรรณยุกต์ เพื่อให้นำไปใช้ในการอ่านพร้อมทั้งการเขียนคำที่ประสงค์ได้
6. ฝึกสอนการใช้ภาษาไทย ให้สามารถใช้ภาษาไทยสื่อความหมายแสดงข้อคิดเห็น ความรู้สึกทั้งการพูด พร้อมด้วยการเขียนได้ถูกต้องทั้งสะกดตัวพร้อมด้วยความหมายได้เยี่ยมยอด ตามวัยพร้อมด้วยระดับชั้นตัวอย่างเช่น ในการอภิปราย เล่าเรื่อง แต่งความ จดหมาย ฯลฯ

การจัดการเรียนการสอนภาษาไทยมิได้มุ่งหมายเพียงการอ่านออกเขียนได้แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เน้นที่ความสำเร็จของความสามารถความเข้าใจภาษา คือการฟังและการอ่าน ความถนัดการใช้ภาษาคือการพูดพร้อมด้วยการเขียน จนสามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อความคิดอ่าน ความเข้าใจ การหาเหตุ เสาะหาความรอบรู้ได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ จึงควรยึดแนวการสอนอย่างนี้

1. การฝึกสอนภาษาไทยให้สอดคล้องกับการใช้ภาษาในชีวิตนำภาษาที่ผู้เรียนรู้พบเห็นพร้อมด้วยใช้อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ที่บ้านที่โรงเรียน ตลาด ชุมชน ภาษาจากวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์เป็นต้น มาเป็นสื่อในการศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่ผู้เรียนจำนำความรอบรู้ ความถนัด กับทรรศนะที่ได้รับๆไปใช้ให้เกิดประสิทธิผลในชีวิต
2. อบรมสั่งสอนความสามารถทั้งสี่ ให้สัมพันธ์กันทั้งการฟัง พูด อ่าน พร้อมกับเขียน ซึ่งเป็นขบวนการการใช้ภาษาที่ควร แต่อาจแยกย่อยออกฝึกฝนแต่ละความสามารถในกรณีการอบรมซ่อมเสริมได้
3. ฝึกปรือให้เล่าเรียนด้วยความเข้าใจมากกว่าการท่องจำ เน้นการฝึกซ้อมจนเกิดความคิดรวบยอดสามารถสรุปหลักเกณฑ์ได้ด้วยตัวเอง
4. ฝึกหัดให้นักศึกษาค้นคว้าหาความรอบรู้พร้อมด้วยเรียนรู้ด้วยตัวเองให้มากโดยมีผู้สอนเฝ้ารอแนะแนว ทั้งนี้เพื่อให้อบรมนิสัยใคร่รู้ ใคร่เรียนรู้ พร้อมด้วยแสวงหาความเข้าใจด้วยตัวเอง
5. จัดกิจกรรมการเล่าเรียนการอบรมสั่งสอนให้ครื้นเครง เป็นที่ดึงดูดเพื่อที่จะให้นักเรียนเกิดไม่เกิดความเซ็งในการฝึกซ้อมบ่อย ๆ พร้อมทั้งซ้ำ ๆทั้งยังเป็นการสั่งสอนความรักในการเล่าเรียนภาษาไทยอีกด้วย
6. ฝึกหัดให้เป็นคนเข้าใจคิด ช่างพินิจพิเคราะห์ การใช้ภาษาที่พบเห็นในที่ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความตรึกตรองพร้อมด้วยมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมเพิ่มขึ้น
7. ในการฝึกปรือความถนัด ถ้าหากอาจารย์พบข้อบกพร่องควรหาที่มาพร้อมด้วยเปลี่ยนแปลงให้ถูกจุดกับทันเหตุการณ์ การอบรมซ่อมเสริมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อ่อนในทางความสามารถ
8. เลือกใช้แนวทางที่สมควรหลาย ๆ วิธีการตลอดจนการใช้สื่อการเล่าเรียนที่มีความสามารถเพื่อที่จะมิให้นักศึกษาเกิดความเซ็ง